
แนวทางฉบับสมบูรณ์
สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่ต้องการนำโดรนไปบินในสหรัฐอเมริกา
สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีระบบควบคุมน่านฟ้าและการบังคับใช้กฎหมายการบินที่เข้มงวดและเป็นระบบสูง การนำโดรนจากประเทศไทยไปใช้งานในสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเพื่อถ่ายภาพท่องเที่ยวหรือใช้งานส่วนตัว ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ Federal Aviation Administration หรือ FAA อย่างเคร่งครัด
แนวทางนี้จัดทำขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่ต้องการบินโดรนเพื่อการท่องเที่ยว ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ โดยครอบคลุมตั้งแต่การลงทะเบียน Remote ID การทำ TRUST Test การตรวจสอบน่านฟ้า ไปจนถึงการบริหารความเสี่ยงก่อนและระหว่างการเดินทาง
หน่วยงานกำกับดูแลในสหรัฐอเมริกา
ต่างจากประเทศไทยที่มีการแบ่งหน้าที่ระหว่าง CAAT ด้านการบิน และ NBTC ด้านคลื่นความถี่ สหรัฐอเมริกาควบคุมโดรนภายใต้หน่วยงานเดียวคือ
Federal Aviation Administration FAA
ไม่มีระบบใบอนุญาตวิทยุแยกสำหรับผู้ใช้โดรนทั่วไป การกำกับดูแลทั้งด้านการบิน การลงทะเบียน และ Remote ID อยู่ภายใต้ FAA โดยตรง
ประเภทการบินสำหรับนักท่องเที่ยวไทย
นักท่องเที่ยวไทยที่บินเพื่อถ่ายภาพท่องเที่ยวหรือใช้งานส่วนตัวจะอยู่ในหมวด Recreational Flyer ภายใต้กฎหมาย 49 U.S.C. §44809
ข้อกำหนดหลัก
โดรนน้ำหนักตั้งแต่ 250 กรัมขึ้นไป ต้องลงทะเบียนกับ FAA ต้องทำ TRUST Test ก่อนบิน ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด Remote ID บินไม่เกิน 400 ฟุตจากพื้นดิน ต้องรักษา Visual Line of Sight ตลอดเวลา ต้องหลีกทางให้อากาศยานที่มีคนขับ และห้ามบินในพื้นที่ต้องห้ามหรือเขตควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต
TRUST Test คืออะไร
และต้องเตรียมตัว อย่างไร
TRUST ย่อมาจาก The Recreational UAS Safety Test เป็นแบบทดสอบความรู้ด้านความปลอดภัยสำหรับผู้บินโดรนเพื่อการสันทนาการในสหรัฐอเมริกา ตามข้อกำหนดของ FAA
ผู้ที่ต้องทำ TRUST
ผู้ที่บินโดรนเพื่อการท่องเที่ยวหรือส่วนตัวทุกคนในสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นพลเมืองสหรัฐหรือชาวต่างชาติ หากไม่ใช่เชิงพาณิชย์ ต้องทำ TRUST ก่อนบิน
ลักษณะของ TRUST
เป็นการทดสอบออนไลน์ ไม่มีค่าใช้จ่าย ทำผ่านองค์กรที่ FAA อนุญาตให้เป็น Test Administrator ไม่ใช่การสอบแข่งขัน และไม่มีคะแนนผ่านขั้นต่ำแบบตัวเลข
รูปแบบข้อสอบ
เป็นลักษณะ Training and Test ระบบจะให้เรียนเนื้อหาแต่ละหัวข้อก่อน จากนั้นตอบคำถาม หากตอบผิด ระบบจะไม่อนุญาตให้ผ่าน ต้องอ่านคำอธิบายและตอบใหม่จนถูกจึงถือว่าผ่าน
เอกสารที่ได้รับหลังผ่าน
เมื่อผ่านแล้วจะได้รับ TRUST Completion Certificate เป็นไฟล์ PDF ต้องพกติดตัวขณะบินทั้งในรูปแบบดิจิทัลหรือพิมพ์ และต้องแสดงต่อเจ้าหน้าที่เมื่อร้องขอ ใบรับรองไม่มีวันหมดอายุ เว้นแต่ FAA จะเปลี่ยนนโยบายในอนาคต
หัวข้อที่อยู่ใน TRUST
เนื้อหาใน TRUST ครอบคลุมความรู้พื้นฐานด้านความปลอดภัยการบินสำหรับผู้ใช้งาน Recreational โดยมุ่งเน้นความเข้าใจเชิงปฏิบัติที่จำเป็นต่อการบินอย่างถูกกฎหมายและลดความเสี่ยงในระบบน่านฟ้าของสหรัฐอเมริกา
• หลักความปลอดภัยพื้นฐาน
การรักษา Visual Line of Sight ต้องมองเห็นโดรนด้วยสายตาโดยตรงตลอดเวลา
การบินไม่เกิน 400 ฟุต AGL
การหลีกทางให้อากาศยานที่มีคนขับเสมอ
การไม่บินเหนือฝูงชนหรือยานพาหนะที่กำลังเคลื่อนที่
• โครงสร้างน่านฟ้าในสหรัฐอเมริกา
ความแตกต่างของ Class B C D E และ G
ความหมายของ Controlled Airspace และ Uncontrolled Airspace
ข้อจำกัดเฉพาะในเขตใกล้สนามบิน
แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับ Airspace Authorization
• เครื่องมือของ FAA สำหรับผู้บิน Recreational
การใช้แอป FAA B4UFLY เพื่อตรวจสอบพื้นที่ก่อนบิน
ความเข้าใจระบบ LAANC ในกรณีต้องขออนุญาตเขตควบคุม
การตรวจสอบ NOTAM และ Temporary Flight Restriction
• ข้อจำกัดพื้นที่สำคัญ
ข้อห้ามบินใน National Park โดยเด็ดขาด
พื้นที่ Temporary Flight Restriction TFR เช่น งานอีเวนต์ขนาดใหญ่ พื้นที่ภัยพิบัติ หรือเขตความมั่นคง
ข้อจำกัดรอบสนามบินและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
• Remote ID และการลงทะเบียน
เมื่อใดต้องลงทะเบียนกับ FAA
แนวคิด Standard Remote ID และ Broadcast Module
หน้าที่ของผู้ควบคุมในการปฏิบัติตามข้อกำหนด Remote Identification
• ความเป็นส่วนตัวและความรับผิด
การเคารพสิทธิส่วนบุคคล
การหลีกเลี่ยงการบันทึกภาพที่ก่อให้เกิดการร้องเรียน
แนวคิดความรับผิดทางแพ่งในกรณีเกิดความเสียหาย
• การจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน
การรับมือเมื่อสูญเสียสัญญาณ
ขั้นตอนเมื่อเกิดการควบคุมไม่ได้
การลงจอดฉุกเฉินอย่างปลอดภัย
การประเมินความเสี่ยงก่อนและระหว่างการบิน
แม้ TRUST จะไม่ใช่การสอบเชิงเทคนิคขั้นสูง แต่เนื้อหาครอบคลุมประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎหมาย FAA อย่างถูกต้อง ผู้ที่ทำ TRUST ต้องแสดงให้เห็นว่ามีความเข้าใจหลักความปลอดภัยพื้นฐานทั้งหมดก่อนจึงจะได้รับใบรับรอง Completion Certificate ซึ่งเป็นข้อกำหนดขั้นต่ำสำหรับนักบิน Recreational ทุกคนในสหรัฐอเมริกา
สิ่งที่ TRUST ไม่ครอบคลุม
ไม่ลงลึกเรื่องอุตุนิยมวิทยา ไม่สอบ METAR หรือ TAF ไม่ใช่ใบอนุญาตเชิงพาณิชย์ และไม่ใช่ Part 107 นักท่องเที่ยวไทยที่บินเพื่อท่องเที่ยวทั่วไป ต้องทำเพียง TRUST เท่านั้น
การลงทะเบียนโดรนกับ FAA
หากโดรนน้ำหนักเกิน 250 กรัม ต้องลงทะเบียนผ่านระบบ FAA DroneZone ค่าธรรมเนียมประมาณ 5 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อระยะเวลา 3 ปี หรือประมาณ 180 ถึง 200 บาท
ผู้ลงทะเบียนจะได้รับหมายเลขทะเบียนเฉพาะ และต้องติดหมายเลขดังกล่าวบนตัวโดรนอย่างชัดเจน แม้โดรนต่ำกว่า 250 กรัม จะไม่ต้องลงทะเบียน แต่ยังต้องทำ TRUST และปฏิบัติตามกฎ Remote ID หากเข้าข่าย
Remote ID คืออะไร
และมีผลอย่างไรต่อโดรนจากประเทศไทย
Remote ID คือระบบส่งข้อมูลประจำตัวโดรนแบบเรียลไทม์ เช่น หมายเลขโดรน ตำแหน่ง และข้อมูลผู้ควบคุม สหรัฐอเมริกาบังคับใช้ Remote ID อย่างเต็มรูปแบบ
โดรน DJI รุ่นใหม่ที่จำหน่ายในประเทศไทย เช่น Mini 5 Pro Air 3S Neo 2 มักมี Standard Remote ID ติดตั้งจากโรงงาน โดรนเวอร์ชัน CE ที่ขายในไทยสามารถใช้งานในสหรัฐฯ ได้ โดย FAA พิจารณาการปฏิบัติตามกฎหมาย Remote ID และข้อกำหนดการบินเป็นหลัก
กรณีโดรนไม่มี Remote ID
ต้องติดตั้ง Broadcast Module ที่ผ่านการรับรองจาก FAA มิฉะนั้นจะไม่สามารถบินได้อย่างถูกกฎหมาย คำแนะนำเชิงปฏิบัติคือควรใช้โ ดรนรุ่นใหม่ที่มี Standard Remote ID เท่านั้น
การตรวจสอบน่านฟ้า
ก่อนบินทุกครั้ง ต้องตรวจสอบน่านฟ้า โดยใช้แอป FAA B4UFLY และระบบ LAANC สำหรับขออนุญาตใน Controlled Airspace
ห้ามบินใน National Park โดยเด็ดขาด พื้นที่ใกล้สนามบินต้องขออนุญาตผ่าน LAANC บางพื้นที่มี Temporary Flight Restriction เมืองใหญ่มีโครงสร้างน่านฟ้าซับซ้อน เช่น New York Washington DC และ Los Angeles ค ่าปรับอาจสูงหลายพันดอลลาร์ และมีการบังคับใช้จริง
แนวทางเตรียมตัวล่วงหน้า
สำหรับนักท่องเที่ยวไทย
4 ถึง 6 สัปดาห์ก่อนเดินทาง
ตรวจสอบรุ่นโดรนว่ามี Standard Remote ID อัปเดตเฟิร์มแวร์ และศึกษากฎ FAA
1 สัปดาห์ก่อนเดินทาง
ตรวจสอบข้อกำหนดสายการบินเกี่ยวกับแบตเตอรี่ลิเธียม ติดตั้งแอปตรวจสอบน่านฟ้า และศึกษาพื้นที่ที่จะบิน
เมื่อเดินทางถึงสหรัฐฯ
ตรวจสอบพื้นที่ก่อนบินทุกครั้ง หลีกเลี่ยง National Park และหลีกเลี่ยง Controlled Airspace หากไม่ได้รับอนุญาต
ประกันภัยและความรับผิด
แม้กฎหมายสหรัฐฯ ไม่บังคับประกันภัยสำหรับ Recreational ทุกกรณี แต่ความรับผิดทางแพ่งในสหรัฐฯ สูงมาก ควรมีความคุ้มครองความรับผิดบุคคลภายนอกเสมอ
บทบาทของ DTTC สำหรับนักท่องเที่ยวไทย
แม้ TRUST จะทำออนไลน์ได้ง่าย แต่ความเสี่ยงจริงอยู่ที่การตีความน่านฟ้าและข้อจำกัดพื้นที่
DTTC ช่วยเตรียมความพร้อมเชิงระบบ เช่น ตรวจสอบความพร้อม Remote ID แนวทางลงทะเบียน FAA การอ่านแผนที่น่านฟ้าแบบมืออาชีพ วิเคราะห์ Controlled Airspace รอบเมืองท่องเที่ยว จำลองสถานการณ์บินในสหรัฐฯ และแนวทางขนส่งแบตเตอรี่ลิเธียมอย่างถูกต้อง
การเตรียมตัวล่วงหน้าช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมาย เพิ่มความมั่นใจ และป้องกันความผิดพลาดที่อาจมีค่าใช้จ่ายสูง
สรุปสำหรับนักท่องเที่ยวไทย
การนำโดรนไปบินในสหรัฐอเมริกาไม่ใช่เพียงเรื่องเทคนิคการบิน แต่เป็นเรื่องของการปฏิบัติตามกฎหมายการบินของ FAA อย่างครบถ้วน ผู้บินต้องทำ TRUST ก่อนบิน ต้องลงทะเบียนเมื่อเข้าเกณฑ์ ต้องใช้ Remote ID ตามข้อกำหนด และต้องตรวจสอบน่านฟ้าทุกครั้งก่อนทำการบิน
แม้ขั้นตอนพื้นฐานจะดูไม่ซับซ้อน แต่ระบบน่านฟ้าของสหรัฐฯ มีความละเอียดและการบังคับใช้กฎหมายจริงจัง การขาดความเข้าใจเรื่อง Controlled Airspace, TFR หรือข้อจำกัดพื้นที่อาจนำไปสู่ค่าปรับสูง การถูกยึดอุปกรณ์ หรือความรับผิดทางกฎหมาย
นักท่องเที่ยวไทยจึงควรมองการเตรียมตัวเป็นกระบวนการบริหารความเสี่ยง ไม่ใช่เพียงการทำข้อกำหนดขั้นต่ำให้ครบ การเข้าใจโครงสร้างน่านฟ้า การประเมินพื้นที่บิน และการวางแผนล่วงหน้า คือปัจจัยที่ทำให้การบินต่างประเทศปลอดภัยและมั่นใจ
DTTC ทำหน้าที่เป็นสถาบันฝึกอบรมที่ช่วยเตรียมความพร้อมเชิงระบบก่อนเดินทาง ทั้งด้านกฎหมาย FAA การอ่านแผนที่น่านฟ้า การตรวจสอบ Remote ID และแนวทางปฏิบัติจริง เพื่อให้นักท่องเที่ยวไทยสามารถบินในสหรัฐอเมริกาได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย และลดความเสี่ยงในทุกมิติ
