
กรอบการกำกับดูแล
การบินโดรนในประเทศไทย
กฎหมายการบินโดรนของประเทศไทยมีพัฒนาการต่อเนื่องมาจาก
กฎหมายการบินพลเรือนเดิม มิได้จัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะหรือเกิดขึ้นโดยฉับพลัน
แต่ได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับการพัฒนาและการใช้งาน
อากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aircraft / Drone / UAV) ที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน
หน้านี้จัดทำขึ้นเพื่ออธิบายภาพรวมของกรอบการกำกับดูแลการบินโดรนในประเทศไทย
ตั้งแต่ที่มาของกฎหมาย หน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแล
รวมถึงโครงสร้างการควบคุมและหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับในปัจจุบัน
เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจระบบกฎหมายและปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามข้อกำหนด
หน่วยงานกำกับดูแล
การบินโดรนของประเทศไทย
การกำกับดูแลการบินโดรนในประเทศไทยอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของหลายหน่วยงาน
โดยแต่ละหน่วยงานมีอำนาจหน้าที่แตกต่างกันตามลักษณะของการใช้งานและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง
โครงสร้างการกำกับดูแลหลักแบ่งออกเป็น 2 หน่วยงานส ำคัญ ได้แก่
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) และสำนักงาน กสทช. (NBTC)
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT)

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เป็นหน่วยงานหลักด้านความปลอดภัยการบิน มีอำนาจกำกับดูแลอากาศยานทุกประเภท รวมถึงอากาศยานไร้คนขับ (Drone / UAV)
บทบาทของ CAAT ที่เกี่ยวข้องกับโดรน ได้แก่
-
กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้งานโดรนในน่านฟ้าไทย
-
กำกับดูแลการขึ้นทะเบียนอากาศยานไร้คนขับ
-
กำหนดคุณสมบัติและข้อกำหนดของนักบินโดรน
-
ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการขออนุญาตทำการบินในพื้นที่ควบคุม
-
ดูแลความปลอดภัยการบินและการคุ้มครองสาธารณะ
CAAT ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักด้าน “การบิน” และ “ความปลอดภัยทางอากาศ”
สำนักงานคณะกรรมการ
กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์
และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (NBTC)

บทบาทของ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ที่เกี่ยวข้องกับโดรน ได้แก่
-
กำกับดูแลการใช้คลื่นความถี่วิทยุของอากาศยานไร้คนขับ (Drone / UAV)
-
อนุญาตและรับรองอุปกรณ์วิทยุสื่อสารที่ใช้ควบคุมโดรน
-
ตรวจสอบมาตรฐานเครื่องส่งสัญญาณและกำลังส่ง (EIRP) ให้เป็นไปตามข้อกำหนด
-
ควบคุมการนำเข้าและจำหน่ายอุปกรณ์ที่ใช้คลื่นความถี่ในประเทศไทย
-
บังคับใช้กฎหมายกรณีใช้อุปกรณ์สื่อสารโดยไม่ได้รับอนุญาต
NBTC ทำหน้าที่หลักด้าน “การกำกับดูแลคลื่นความถี่และอุปกรณ์วิทยุสื่อสาร” ซึ่งแตกต่างจาก CAAT ที่กำกับดูแลด้านการบินและความปลอดภัยทางอากาศ
หลักการสำคัญของการใช้งานโดรน
อย่างถูกกฎหมายในประเทศไทย
การใช้งานโดรนในประเทศไทยต้องปฏิบัติตามหลักการสำคัญดังต่อไปนี้
-
โดรนต้องได้รับการขึ้นทะเบียนตามข้อกำหนด
-
ผู้ใช้งานต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขด้านความปลอดภัยการบิน
-
การใช้งานต้องไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ความมั่นคง และความปลอดภัยสาธารณะ
-
การทำการบินในบางพื้นที่ต้องได้รับอนุญาตเป็นกรณีเฉพาะ
การไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดอาจส่งผลให้มีความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
โครงสร้างกฎหมายโดรนไทยในภาพรวม
กรอบการกำกับดูแลการบินโดรนของประเทศไทยสามารถสรุปองค์ประกอบหลักได้ดังนี้
-
กฎหมายการบินพลเรือน
ทำหน้าที่เป็นกฎหมายแม่บทในการกำหนดหลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัยการบิน และการใช้งานอากาศยานในน่านฟ้าประเทศไทย
-
ข้อบังคับและประกาศของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT)
ใช้กำหนดเงื่อนไข วิธีการ และข้อจำกัดในการใช้งานอากาศยานไร้คนขับ รวมถึงคุณสมบัติและหน้าที่ของนักบินโดรน
-
กฎหมายและประกาศของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (NBTC)
ใช้กำกับดูแลการใช้งานคลื่นความถี่และอุปกรณ์วิทยุสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับระบบควบคุมโดรน
-
กฎหมายและข้อกำหนดอื่นที่เกี่ยวข้อง
ครอบคลุมด้านความมั่นคงของรัฐ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และข้อจำกัดการใช้งานในพื้นที่คุ้มครองหรือพื้นที่เฉพาะ
โครงสร้างการกำกับดูแลดังกล่าวถูกออกแบบให้รองรับการใช้งานโดรนทั้งในลักษณะการใช้งานส่วนบุคคลและการใช้งานเชิงพาณิชย์ ภายใต้กรอบความปลอดภัยและการคุ้มครองสาธารณะ
หมายเหตุด้านการใช้งาน
และความรับผิดชอบ
ข้อมูลในหน้านี้จัดทำขึ้นเพื่ออธิบายภาพรวมของกรอบกฎหมายและหน่วยงานกำกับดูแล มิใช่เอกสารทางกฎหมายหรือคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ
ผู้ใช้งานควรศึกษาข้อกำหนด รายละเอียด และเงื่อนไขล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนทำการขึ้นทะเบียนหรือดำเ นินการบินโดรนทุกครั้ง