top of page
Close-up of a professional drone on concrete surface representing drone insurance protection and risk management

ประกันภัยโดรนคืออะไร
และเหตุใดจึงสำคัญ

ทำไมต้องมีประกันภัยโดรน

การใช้งานโดรนในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเพื่อการถ่ายภาพ งานสำรวจ งานวิศวกรรม หรืองานเชิงพาณิชย์ ล้วนมีความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ ความเสียหายต่อทรัพย์สิน และความรับผิดทางกฎหมายต่อบุคคลภายนอก

ประกันภัยโดรนจึงมีบทบาทสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน และช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุไม่คาดคิดระหว่างการปฏิบัติการบิน

ทั้งนี้ รูปแบบความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้น อาจแตกต่างกันไปในแต่ละกรมธรรม์ โดยให้ยึดตามรายละเอียดที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยเป็นสำคัญ

ความหมายของประกันภัยบุคคลที่ 3
(Third Party Liability Insurance)

Businessman presenting drone insurance and third party liability coverage information for UAV operations and enterprise drone risk management.

ประกันภัยบุคคลที่ 3 คือ ความคุ้มครองความเสียหายที่ผู้ควบคุมโดรนก่อให้เกิดกับ “ผู้อื่น” ทั้งต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน อันเกิดจากอุบัติเหตุจากการใช้งานโดรน

บุคคลที่ 3 หมายถึง บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่:

  • ผู้เอาประกันภัย

  • ผู้ควบคุมโดรน

  • เจ้าของโดรน

  • ผู้เกี่ยวข้องกับภารกิจการบิน

  • บุคคลในครอบครัวหรือเครือญาติของผู้เอาประกันภัย

  • พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานภายใต้การว่าจ้าง

  • ผู้รับจ้างภายนอก (Outsource) หรือบุคคลที่ร่วมปฏิบัติงานในภารกิจ

  • บุคคลที่มีส่วนได้เสียหรือเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการบินโดยตรง

ตัวอย่าง:

  • โดรนตกใส่รถยนต์ของบุคคลภายนอก

  • ใบพัดโดรนทำให้บุคคลภายนอกได้รับบาดเจ็บ

  • โดรนชนทรัพย์สินของผู้อื่นระหว่างปฏิบัติการบิน

ทั้งนี้ ความหมายและขอบเขตของ “บุคคลที่ 3” อาจแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์ และให้ยึดตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยเป็นสำคัญ

ประกันภัยชั้น 1
(Overhaul Coverage)

ประกันภัยโดรนแบบชั้น 1 หรือ Overhaul Coverage คือ ความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวอากาศยานโดรนจากอุบัติเหตุ การตก กระแทก สูญหาย หรือเหตุการณ์ที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขกรมธรรม์

บริษัทประกันภัยอาจ:

  • ซ่อมแซม

  • เปลี่ยนอะไหล่

  • หรือชดใช้ค่าสินไหม

ตามระดับความเสียหายและเงื่อนไขที่กำหนดในกรมธรรม์

เหมาะสำหรับ:

  • โดรนมูลค่าสูง

  • โดรนระดับ Enterprise

  • งานสำรวจ วิศวกรรม และอุตสาหกรรม

  • งานที่มี Payload หรือ Sensor มูลค่าสูง

  • ผู้ประกอบการที่ต้องการบริหารความเสี่ยงระยะยาว

Businessman presenting enterprise drone hull insurance and overhaul coverage information for professional UAV operations and industrial drone protection plans.

ค่าเสียหายส่วนแรก
(Deduct)

Damaged enterprise drone after crash during UAV operation showing broken propellers and structural damage for drone insurance deductible and accident claim assessment.

ประกันภัยโดรนแบบชั้น 1 หรือ Overhaul Coverage คือ ความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวอากาศยานโดรนจากอุบัติเหตุ การตก กระแทก สูญหาย หรือเหตุการณ์ที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขกรมธรรม์

บริษัทประกันภัยอาจ:

  • ซ่อมแซม

  • เปลี่ยนอะไหล่

  • หรือชดใช้ค่าสินไหมตามระดับความเสียหายและเงื่อนไขที่กำหนดในกรมธรรม์

เหมาะสำหรับ:

  • โดรนมูลค่าสูง

  • โดรนระดับ Enterprise

  • งานสำรวจ วิศวกรรม และอุตสาหกรรม

  • งานที่มี Payload หรือ Sensor มูลค่าสูง

  • ผู้ประกอบการที่ต้องการบริหารความเสี่ยงระยะยาว

ค่า Deduct ของ
โดรน Consumer และ Enterprise

โดยทั่วไป ประกันโดรนกลุ่ม Consumer หรือโดรนทั่วไป มักกำหนดค่าเสียหายส่วนแรก (Deduct) แบบคงที่ ประมาณ 3,000 บาท ต่อเหตุการณ์

เช่น:

  • DJI Mini Series

  • DJI Air Series

  • DJI Mavic Series

  • โดรนใช้งานทั่วไปและกึ่งมืออาชีพ

ในขณะที่โดรนระดับ Enterprise หรืออากาศยานที่ใช้ในงานสำรวจ วิศวกรรม อุตสาหกรรม หรือภารกิจเฉพาะทาง มักใช้รูปแบบ Deduct แบบ “เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าความเสียหาย” โดยทั่วไปประมาณ 10%

ตัวอย่าง:
หากมูลค่าความเสียหาย 500,000 บาท
และกำหนด Deduct 10%

ผู้เอาประกันภัยจะรับผิดชอบ:
50,000 บาทแรก

ทั้งนี้ ค่า Deduct และเงื่อนไขความคุ้มครองอาจแตกต่างกันไปในแต่ละกรมธรรม์ เว้นแต่จะมีการตกลงเงื่อนไขอื่นเพิ่มเติมระหว่างผู้เอาประกันภัยและบริษัทประกันภัย

เหตุผลที่โดรน Enterprise มี Deduct สูงกว่า

เนื่องจากโดรนระดับ Enterprise มักมี:

  • มูลค่าอากาศยานสูง

  • Payload และอุปกรณ์เฉพาะทาง

  • ระบบ RTK / LiDAR / Thermal Sensor

  • ระบบปฏิบัติการเชิงอุตสาหกรรม

  • ความเสี่ยงด้านภารกิจและสภาพแวดล้อมที่สูงกว่า

จึงทำให้บริษัทประกันภัยกำหนดค่าเสียหายส่วนแรกในอัตราที่สูงกว่ากลุ่ม Consumer Drone เพื่อบริหารความเสี่ยงของกรมธรรม์

Enterprise UAV platform with RTK, LiDAR, and thermal sensor systems used for industrial drone operations, aerial surveying, and high-risk enterprise missions.

ควรเลือกประกันภัยบุคคลที่ 3

หรือประกันภัยชั้น 1 เมื่อใด

Man explaining the differences between third party liability insurance and hull insurance for consumer and enterprise drone operations.

การเลือกประเภทประกันภัยขึ้นอยู่กับ:

  • มูลค่าอากาศยาน

  • ลักษณะการใช้งาน

  • ความเสี่ยงของภารกิจ

  • งบประมาณ

  • ความสามารถในการรับความเสียหายด้วยตนเอง

ประกันภัยบุคคลที่ 3 เหมาะสำหรับ

  • ผู้เริ่มต้นใช้งานโดรน

  • การใช้งานทั่วไป

  • โดรนมูลค่าไม่สูง

  • ผู้ที่สามารถรับความเสียหายของตัวโดรนเองได้

ประกันภัยชั้น 1 เหมาะสำหรับ

  • โดรนมูลค่าสูง

  • งานเชิงพาณิชย์

  • งานระดับ Enterprise

  • ภารกิจที่มีความเสี่ยงสูง

  • งานที่หยุดดำเนินการไม่ได้หากเกิดอุบัติเหตุ

ประกันภัยไม่ได้มีไว้เพื่อ “ป้องกันการตก”
แต่มีไว้เพื่อ “บริหารความเสี่ยงทางการเงิน” เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นจริง

หลักฐานสำคัญ
สำหรับการเคลมประกันภัยโดรน

1. รายงานบันทึกประจำวันจากสถานีตำรวจ

ใช้ยืนยันการเกิดเหตุ อุบัติเหตุ หรือการสูญหายของอากาศยาน

2. Flight Log หรือข้อมูลการบิน

ใช้ตรวจสอบ:

  • เส้นทางบิน

  • พฤติกรรมอากาศยาน

  • สถานะระบบก่อนเกิดเหตุ

  • เวลาและตำแหน่งสุดท้ายของการบิน

3. แจ้งบริษัทประกันภัยทันทีเมื่อเกิดเหตุ

ผู้เอาประกันภัยมีหน้าที่แจ้งเหตุโดยเร็วที่สุด เพื่อให้บริษัทประกันภัยสามารถเปิดเคสและดำเนินการตรวจสอบได้ตามขั้นตอน

4. บันทึกการค้นหาซากอากาศยานอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 30 วัน

กรณีสูญหายสิ้นเชิง เช่น:

  • ตกทะเล

  • บินหายในป่า

  • สูญหายในพื้นที่เข้าถึงยาก

ควรมี:

  • ภาพถ่าย

  • บันทึกการค้นหา

  • พิกัด

  • รายงานการติดตาม

  • หลักฐานการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เพื่อยืนยันความพยายามในการค้นหาและกู้ซากอากาศยาน

5. รายงานสรุปจากผู้ผลิตหรือศูนย์บริการ

รายงานควรระบุ:

  • สาเหตุการตกหรือความเสียหาย

  • ผลการตรวจสอบระบบ

  • ยืนยันว่าเหตุการณ์เกิดจากอุบัติเหตุ

  • ไม่ใช่ความบกพร่องโดยเจตนา

  • ไม่เกิดจากการดัดแปลงผิดเงื่อนไข

เอกสารดังกล่าวช่วยประกอบการพิจารณาสินไหมของบริษัทประกันภัยอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ รูปแบบความคุ้มครอง วงเงิน เงื่อนไข ข้อยกเว้น ค่า Deduct และรายละเอียดการพิจารณาสินไหม อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบริษัทประกันภัยและแต่ละกรมธรรม์ ผู้เอาประกันภัยควรศึกษารายละเอียดในกรมธรรม์อย่างรอบคอบ และควรปรึกษาตัวแทน นายหน้า บริษัทประกันภัย หรือผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อยืนยันเงื่อนไขความคุ้มครองก่อนตัดสินใจทำประกันภัยหรือยื่นเคลมสินไหม

ดำเนินการที่ไหน และอย่างไร

Thailand Drone Insurance & Registration Services (TDS) official logo

การจัดทำประกันภัยโดรนและการขึ้นทะเบียน

สามารถดำเนินการผ่านผู้เชี่ยวชาญด้านการขึ้นทะเบีบยและประกันภัยโดรนโดรนโดยเฉพาะ 

Thailand Drone Insurance & Registration Services (TDS)

ผู้เชี่ยวชาญและพร้อมให้บริการด้านประกันภัยโดรนและการขึ้นทะเบียน ครอบคลุมทั้งโดรนเพื่อการสันทนาการและการใช้งานระดับมืออาชีพ รวมถึงโดรนระดับ Enterprise งานกองถ่ายทำภาพยนตร์ งานสำรวจและทำแผนที่ อากาศยานแบบปีกตรึง (Fixed Wing) ปีกหมุน (Multirotor) การแสดงแปรอักษรด้วยโดรน ตลอดจนการใช้งานในหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และองค์กรเฉพาะทางต่าง ๆ

 เริ่มต้นอย่างถูกต้องตั้งแต่วันนี้

การใช้งานโดรนอย่างถูกกฎหมาย

เริ่มต้นจากการมีประกันภัยและการขึ้นทะเบียนที่ถูกต้อง

 

สำหรับรายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และขั้นตอนทั้งหมด

กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ

Thailand Drone Insurance & Registration Services (DTS)

 

หรือติดต่อทีมงานเพื่อขอคำแนะนำได้ที่

support@thailanddroneinsurance.com

bottom of page