การกำกับดูแลอากาศยานไร้คนขับโดยสำนักงาน กสทช. (NBTC)

การใช้งานอากาศยานไร้คนขับ (Drone / UAV) ในประเทศไทย
นอกจากต้องปฏิบัติตามกฎหมายการบินพลเรือนแล้ว
ยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ คลื่นความถี่ วิทยุคมนาคม และอุปกรณ์สื่อสาร
หน้านี้อธิบายบทบาท อำนาจหน้าที่ และข้อกำหนดของ กสทช.
ที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองและใช้งานโดรนในประเทศไทย
บทบาทและอำนาจของ กสทช.
กสทช. เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย
ในการกำกับดูแลการใช้คลื่นความถี่และอุปกรณ์โทรคมนาคมทุกประเภท
สำหรับอากาศยานไร้คนขับ
กสทช. มีหน้าที่กำกับดูแลในประเด็นต่อไปนี้
-
การใช้คลื่นความถี่สำหรับการควบคุมอากาศยาน
-
การรับส่งข้อมูล ภาพ และสัญญาณระยะไกล
-
การรับรองและขึ้นทะเบียนอุปกรณ์วิทยุคมนาคม
-
การป้องกันการรบกวนคลื่นความถี่ที่ใช้ในกิจการสำคัญของประเทศ
เหตุผลที่โดรนอยู่ภายใต้
การกำกับดูแลของ กสทช.
อากาศยานไร้คนขับใช้ระบบสื่อสารไร้สายเป็นส่วนสำคัญของการปฏิบัติการบิน
ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมทิศทาง การถ่ายทอดภาพ หรือการส่งข้อมูลภารกิจ
การกำกับดูแลโดย กสทช.
มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การใช้งานดังกล่าว
-
เป็นไปตามมาตรฐานด้านวิทยุคมนาคม
-
ไม่ก่อให้เกิดการรบกวนต่อระบบสื่อสารอื่น
-
สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาและลักษณะการใช้งานได้อย่างเหมาะสม
-
สอดคล้องกับกฎหมายด้านความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ

การขึ้นทะเบียนโดรนกับ กสทช.
อากาศยานไร้คนขับที่เข้าข่ายตามเงื่อนไขที่ กสทช. กำหนด
ต้องได้รับการขึ้นทะเบียนกับ กสทช. ก่อนนำมาใช้งาน
โดยหลักการทั่วไป การขึ้นทะเบียนกับ กสทช. ครอบคลุมถึง
-
โดรนที่ติดตั้งกล้องถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอ
-
โดรนที่ใช้ระบบควบคุมหรือสื่อสารผ่านคลื่นความถี่
-
การใช้งานทั้งเพื่อการส่วนบุคคลและเชิงพาณิชย์
การขึ้นทะเบียนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานของรัฐ
สามารถระบุอากาศยาน ผู้ครอบครอง และลักษณะการใช้งานได้อย่างชัดเจน
ความสัมพันธ์ระหว่าง กสทช. และ CAAT
การปฏิบัติตามข้อกำหนดของ กสทช.
ไม่ถือว่าเป็นการทดแทนข้อกำหนดด้านการบินของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT)
การใช้งานโดรนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของทั้งสองหน่วยงาน ได้แก่
-
กสทช. : ด้านคลื่นความถี่ อุปกรณ์ และการสื่อสาร
-
CAAT : ด้านการบิน ความปลอดภัย นักบิน และการอนุญาตทำการบิน
ข้อควรทราบสำหรับผู้ครอบครอง
และผู้ใช้งานโดรน
ผู้ครอบครองอากาศยานไร้คนขับมีหน้าที่ตามกฎหมาย
ในการตรวจสอบให้แน่ใจว่าอากาศยานและอุปกรณ์ที่ใช้งานเป็นไปตามข้อกำหนดของ
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
โดยมีรายละเอียดด ังต่อไปนี้
การขึ้นทะเบียนอากาศยานไร้คนขับกับ กสทช.
อากาศยานไร้คนขับที่เข้าข่ายตามประกาศของ กสทช.
ต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันที่นำเข้า หรือวันที่เริ่มครอบครอง
ทั้งกรณีนำเข้าโดยชอบด้วยกฎหมาย และกรณีซื้อภายในประเทศ
การขึ้นทะเบียนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้รัฐสามารถ
ระบุอุปกรณ์ ผู้ครอบครอง และลักษณะการใช้งานได้อย่างชัดเจน
รวมถึงการควบคุมการใช้คลื่นความถี่ให้ไม่รบกวนระบบสื่อสารอื่น
เงื่อนไขของอากาศยานที่สามารถขึ้นทะเบียนได้
อากาศยานไร้คนขับ (Drone / UAV) ที่นำมาขึ้นทะเบียนในประเทศไทย ต้องมีคุณสมบัติตามข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะด้านกฎหมายการบินและการใช้คลื่นความถี่วิทยุ ดังนี้
-
เป็นอุปกรณ์ที่นำเข้าและครอบครองโดยถูกต้องตามกฎหมาย
-
ใช้ระบบวิทยุสื่อสารที่ได้รับอนุญาตและเป็นไปตามข้อกำหนดของ กสทช.
-
ใช้คลื่นความถี่ที่ได้รับอนุญาต เช่น
-
2.400 – 2.4835 GHz
-
5.725 – 5.850 GHz
-
-
กำลังส่ง (Tx Power / EIRP) ต้องไม่เกินเพดานที่กำหนดในประกาศราชกิจจานุเบกษา ได้แก่
-
ไม่เกิน 100 mW (20 dBm EIRP) ในย่าน 2.4 GHz
-
ไม่เกิน 1,000 mW (30 dBm EIRP) ในย่าน 5.8 GHz (ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด)
-
-
ผ่านการรับรองมาตรฐานอุปกรณ์จาก กสทช. และไม่ดัดแปลงกำลังส่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
-
ไม่เป็นอุปกรณ์ต้องห้าม หรืออุปกรณ์ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานในราชอาณาจักร
การไม่เป็นไปตามเงื่อนไขด้านคลื่นความถี่และกำลังส่ง อาจส่งผลให้ไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้ หรือมีความผิดตามกฎหมายด้านวิทยุคมนาคม
ค่าธรรมเนียมการขึ้นทะเบียน
ค่าธรรมเนียมการขึ้นทะเบียนกับ กสทช. กำหนดดังนี้
-
ค่าธรรมเนียมหลัก: 200 บาท
-
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%): 14 บาท
-
รวมทั้งสิ้น: 214 บาท
ใบรับรองการขึ้นทะเบียนมีผลตามประเภทผู้ยื่นคำขอ ดังนี้
สำหรับผู้มีสัญชาติไทย
-
ใบอนุญาตมีลักษณะ “ถาวร” (Long-life / Permanent Registration)
-
ไม่มีกำหนดวันหมดอายุ ตราบใดที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญหรืออุปกรณ์
สำหรับชาวต่างชาติ
1. นักท่องเที่ยว (Tourist Visa)
-
ใบอนุญาตเป็นแบบชั่วคราว (Temporary Registration)
-
มีผลตามระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร
-
เมื่อประทับตราออกนอกประเทศ (Visa Stamp Out) ใบอนุญาตถือว่าสิ้นสุดทันที
2. ผู้พำนักระยะยาว / วีซ่าประเภท Resident
-
ระยะเวลาอนุญาตขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ กสทช.
-
โดยทั่วไปอาจอนุญาตเป็นช่วงระยะสั้น เช่น 4–6 เดือน
-
ต้องดำเนินการต่ออายุ (Renewal) เมื่อครบกำหนด
หมายเหตุ: ระยะเวลาและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงตามแนวปฏิบัติของหน่วยงานในแต่ละช่วงเวลา

ความรับผิดชอบของผู้ครอบครองและผู้ใช้งาน
ผู้ครอบครองอากาศยานไร้คนขับมีหน้าที่
-
เก็บรักษาหลักฐานการขึ้นทะเบียนกับ กสทช.
-
ใช้อุปกรณ์ตามลักษณะที่ได้รับการขึ้นทะเบียน
-
ไม่ดัดแปลงหรือเปลี่ยนแปลงระบบสื่อสารโดยไม่ได้รับอนุญาต
-
ปฏิบัติตามข้อจำกัดด้านการใช้งานคลื่นความถี่และอุปกรณ์วิทยุคมนาคม
-
ต้องเก็บหลักฐานแสดงที่มาและความเป็นเจ้าของอากาศยานไร้คนขับไว้ตลอดเวลา เช่น ใบเสร็จรับเงิน เอกสารนำเข้า ใบรับรองการขึ้นทะเบียน และเอกสารอนุญาตที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันกับหน่วยงานเมื่อร้องขอ
-
กรณีมีการขายหรือโอนให้บุคคลที่สาม ต้องจัดทำสัญญาซื้อขายหรือเอกสารโอนกรรมสิทธิ์เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงที่มาของทรัพย์สินให้ผู้ครอบครองรายใหม่ยื่นขอขึ้นทะเบียนกับ กสทช.
-
เจ้าของเดิมต้องแจ้งยกเลิกการครอบครอง/เพิกถอนความเป็นเจ้าของกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยืนยันว่าไม่มีความรับผิดชอบต่ออากาศยานลำนั้นอีกต่อไป
-
ผู้รับโอนต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนใหม่ในนามตนเองก่อนนำไปใช้งาน
บทลงโทษกรณีฝ่าฝืนกฎหมาย กสทช.
การใช้อากาศยานไร้คนขับโดยไม่ขึ้นทะเบียน
หรือใช้อุปกรณ์วิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กสทช.
อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคม และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
กรณีใช้งานโดยผิดกฎหมาย (Illegally Use)
อาจถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498
มาตรา 23 (Radio Act B.E. 2498, Section 23)
ซึ่งกำหนดโทษทั้งจำคุกหรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามที่กฎหมายบัญญัติ
โดยมีโทษปรับตามกฎหมาย กสทช. อาจสูงสุดไม่เกิน 40,000 บาท
ทั้งนี้ เป็นบทลงโทษที่แยกต่างหากจากบทลงโทษตามกฎหมายการบินพลเรือน (CAAT)
กรณีนำเข้า–ส่งออกอุปกรณ์โดยไม่ได้รับอนุญาต
(Unauthorized Import / Export)
อาจถูกดำเนินคดีและปรับตามกฎหมายของ กสทช. และกฎหมายศุลกากร
โดยอาจมีโทษปรับ ยึดของกลาง หรือบทลงโทษเพิ่มเติมตามกฎหมายศุลกากร
ข้อสังเกตสำคัญ
การขึ้นทะเบียนกับ กสทช. เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการปฏิบัติตามกฎหมาย
ผู้ใช้งานยังคงต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ในเรื่องใบอนุญาตนักบิน การขึ้นทะเบียนอากาศยาน และการขออนุญาตทำการบิน