top of page
dji-neo-2-motion-fly-more-combo.webp

CAAT คิดอะไรกับโดรนไทย ? Thailand UAV Regulations 2026

อัปเดตเมื่อ 9 มิ.ย.


เมื่อ กพท. เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างใหม่ คำถามสำคัญอาจไม่ใช่กฎใหม่คืออะไร แต่คือประเทศไทยกำลังเตรียมตัวสำหรับอะไร

Thailand UAV Regulations 2026: Key Issues Under Discussion


UAV 69

EP4



UAV Thailand 69 article analyzing CAAT’s proposed UAV 2026 regulations and the future direction of Thailand’s drone industry




โดย ครูแดง @ DTTC

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา วงการอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินของประเทศไทยอาจกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่เริ่มมีการกำกับดูแลอย่างจริงจัง

ฝั่ง กสทช. เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับหลายประเด็นสำคัญ ทั้งเรื่อง Remote ID การกำกับดูแลคลื่นความถี่ เทคโนโลยีตรวจจับอากาศยาน และมาตรการด้านความปลอดภัยสำหรับอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน

ขณะที่อีกด้านหนึ่ง สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างข้อกำหนดว่าด้วยการขอและการออกใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ และการบันทึกศักยในใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับบุคลากรการบิน รวมถึงผู้ควบคุมอากาศยานที่ควบคุมการบินจากระยะไกล

หากมองแยกกัน ทั้งสองเรื่องอาจดูเหมือนคนละประเด็น

แต่หากมองภาพรวม สิ่งที่ทั้งสองหน่วยงานกำลังดำเนินการอยู่ อาจเป็นคนละด้านของภาพเดียวกัน

หาก Remote ID คือการทำให้ระบบสามารถรู้ได้ว่าอากาศยานลำใดกำลังปฏิบัติการอยู่

สิ่งที่ กพท. กำลังดำเนินการ อาจเป็นการทำให้ระบบสามารถตอบได้ว่า

ใครกำลังปฏิบัติการอากาศยานลำนั้น

มีคุณสมบัติอะไร

ผ่านการฝึกอบรมระดับใด

มีประสบการณ์เพียงพอหรือไม่

และมีสิทธิในการปฏิบัติภารกิจนั้นหรือไม่

เมื่อทั้งสองส่วนเริ่มเชื่อมต่อกัน

ภาพของ BVLOS

UTM

Drone Delivery

Drone Corridor

และ Autonomous Operations

ก็เริ่มชัดเจนขึ้นทันที

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผู้เขียนมองว่า สิ่งที่น่าสนใจในร่างครั้งนี้ อาจไม่ใช่รายละเอียดของกฎ

แต่คือทิศทางที่ประเทศไทยกำลังเลือกเดิน

หากอ่านร่างข้อกำหนดฉบับใหม่แบบผ่าน ๆ หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นเพียงเรื่องของใบอนุญาต

ต้องสอบอะไรเพิ่มหรือไม่

ต้องอบรมอะไรเพิ่มหรือไม่

หรือจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นเท่าใด

แต่หากลองอ่านให้ลึกกว่านั้น สิ่งที่น่าสนใจอาจไม่ใช่เรื่องใบอนุญาตเลย

เพราะสิ่งที่เริ่มปรากฏในร่างครั้งนี้ คือคำศัพท์ที่วงการโดรนไทยไม่ค่อยคุ้นเคยนัก

ทั้งเรื่องศิษย์การบิน

ครูการบิน

ศักยการบิน

สมุดบันทึกการบิน

การรับรองประสบการณ์การบิน

รวมถึงสิทธิและขอบเขตการปฏิบัติภารกิจตามความสามารถของผู้ปฏิบัติงาน

สำหรับคนในวงการการบิน สิ่งเหล่านี้อาจเป็นเรื่องปกติ

แต่สำหรับวงการ UAV ไทย นี่คือสัญญาณสำคัญ

เพราะเป็นครั้งแรก ๆ ที่เราเริ่มเห็นแนวคิดด้านบุคลากรของอากาศยานที่ควบคุมการบินจากระยะไกล ถูกยกระดับขึ้นมาอยู่บนหลักคิดเดียวกับระบบการบินพลเรือนอย่างจริงจัง

คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า

“กฎใหม่จะเพิ่มอะไร”

แต่คือ

CAAT กำลังมองอนาคตของโดรนไทยไว้อย่างไรกันแน่

เพราะโดยปกติแล้ว ไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลใดลงทุนสร้างระบบรับรองบุคลากรที่ซับซ้อนขึ้น หากยังมองว่าอุตสาหกรรมนั้นจะหยุดอยู่ในรูปแบบเดิม

สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่ง คือเหตุผลที่ปรากฏในร่างข้อกำหนดฉบับนี้

หากอ่านเฉพาะตัวบท หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงการแก้ไขรายละเอียดเกี่ยวกับใบอนุญาต การบันทึกศักยการบิน หรือการเทียบโอนใบอนุญาตในช่วงเปลี่ยนผ่าน

แต่หากอ่านเหตุผลประกอบการออกข้อกำหนด จะพบว่าสิ่งที่ กพท. กำลังดำเนินการอยู่ มีรากฐานมาจากทั้งกฎหมายการเดินอากาศของประเทศไทย และความพยายามในการปรับระบบให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

โดยเฉพาะภาคผนวกที่ 1 แห่งอนุสัญญาว่าด้วยการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO Annex 1 รวมถึงแนวทางของ European Union Aviation Safety Agency (EASA) ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรกำกับดูแลการบินที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ในมุมหนึ่ง เรื่องนี้ถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญ

เพราะสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังพยายามยกระดับระบบบุคลากรด้านการบินให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่นานาชาติใช้ร่วมกัน

แต่ในอีกมุมหนึ่ง คำถามที่น่าสนใจอาจไม่ใช่ว่าเราควรเรียนรู้จาก ICAO หรือ EASA หรือไม่

เพราะคำตอบคือควรเรียนรู้อย่างแน่นอน

คำถามที่สำคัญกว่า คือเราจะนำแนวทางเหล่านั้นมาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของประเทศไทยอย่างไร

เพราะการเรียนรู้จากต่างประเทศ กับการคัดลอกต่างประเทศทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

ยุโรปอาจปลูกแอปเปิลได้ดี

ประเทศไทยอาจปลูกทุเรียนได้ดี

ทั้งสองอย่างล้วนเป็นผลไม้เหมือนกัน

แต่เติบโตอยู่บนภูมิอากาศ เศรษฐกิจ ทรัพยากร และระบบนิเวศที่แตกต่างกัน

อุตสาหกรรม UAV ก็เช่นเดียวกัน

สิ่งที่เหมาะสมกับยุโรปอาจไม่เหมาะสมทั้งหมดสำหรับประเทศไทย

และสิ่งที่เหมาะสมกับประเทศไทย ก็อาจไม่เหมาะสมกับประเทศอื่นเช่นกัน

ดังนั้นโจทย์สำคัญของผู้กำกับดูแลในวันนี้ จึงอาจไม่ใช่เพียงการทำให้ประเทศไทยสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

แต่คือการสร้างมาตรฐานสากลในแบบที่ยังตอบโจทย์บริบท เศรษฐกิจ การศึกษา อุตสาหกรรม และศักยภาพของประเทศไทยได้พร้อมกัน

เพราะท้ายที่สุดแล้ว เป้าหมายของกฎระเบียบไม่ใช่เพียงการทำให้ถูกต้องตามมาตรฐาน

แต่ต้องช่วยให้ประเทศสามารถสร้างบุคลากร สร้างอุตสาหกรรม และสร้างความสามารถในการแข่งขันได้จริงในระยะยาว

สิ่งที่ผู้เขียนมองว่าน่าสนใจที่สุดในร่างครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องการออกใบอนุญาต

แต่คือการเริ่มพูดถึง “ครูการบิน”

เพราะการสร้างนักบินที่มีมาตรฐาน ย่อมต้องเริ่มจากการมีครูการบินที่มีมาตรฐาน

การสร้างระบบที่ปลอดภัย ย่อมต้องเริ่มจากการมีระบบการฝึกอบรมที่ได้รับการยอมรับ

และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม ย่อมต้องเกิดจากการที่ทุกฝ่ายสามารถเชื่อมั่นได้ว่า ผู้ที่เข้ามาใช้น่านฟ้าร่วมกันมีความรู้ ความสามารถ และความรับผิดชอบในระดับที่เหมาะสม

นี่ไม่ใช่แนวคิดใหม่

แต่เป็นหลักการเดียวกับที่อุตสาหกรรมการบินโลกใช้มาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การประชุมที่นครชิคาโกในปี พ.ศ. 2487 ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้ง ICAO และการพัฒนามาตรฐานการบินที่ใช้อยู่ทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน

เพราะสุดท้ายแล้ว ความปลอดภัยไม่ได้เกิดจากกฎระเบียบเพียงอย่างเดียว

แต่เกิดจากการศึกษา

การฝึกอบรม

การกำกับดูแล

และการพัฒนาคนอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม การยกระดับมาตรฐานบุคลากรเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสมการ

คำถามที่สำคัญไม่แพ้กัน คือประเทศไทยเตรียมระบบนิเวศรองรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไว้พร้อมแล้วหรือยัง

เรามีครูฝึกเพียงพอหรือไม่

เรามีผู้ตรวจสอบเพียงพอหรือไม่

เรามีศูนย์ฝึกที่มีคุณภาพเพียงพอหรือไม่

เรามีเส้นทางอาชีพที่ชัดเจนสำหรับคนรุ่นใหม่หรือไม่

เรามีการสนับสนุนมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาอย่างเป็นระบบหรือไม่

และที่สำคัญ

ประเทศไทยมีเป้าหมายร่วมกันแล้วหรือยังว่า เราต้องการให้อุตสาหกรรม UAV ไทยเดินไปในทิศทางใด

เพราะไม่มีใครสร้างนักบินมืออาชีพได้ภายในวันเดียว

ไม่มีใครสร้างครูการบินที่มีคุณภาพได้ภายในวันเดียว

และไม่มีประเทศใดสร้างอุตสาหกรรมการบินที่เข้มแข็งได้ หากเริ่มต้นจากการสร้างกฎเร็วกว่าการสร้างคน

บางทีวันนี้ประเทศไทยอาจไม่ได้ขาดกฎระเบียบ

แต่กำลังขาดภาพอนาคตร่วมกัน

และเมื่อทุกคนมองเห็นปลายทางเดียวกัน

การสร้างคน

การสร้างมาตรฐาน

การสร้างอุตสาหกรรม

และการสร้างนวัตกรรม

ก็จะเดินไปในทิศทางเดียวกันโดยธรรมชาติ

เพราะในท้ายที่สุดแล้ว อนาคตของ UAV ไทย อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเรามีโดรนที่ทันสมัยเพียงใด

แต่อยู่ที่ว่าเราจะสามารถสร้างคน สร้างมาตรฐาน และสร้างระบบนิเวศที่พร้อมรองรับอนาคตนั้นได้ดีเพียงใดต่างหาก

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ

ร่างข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการขอและการออกใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ และการบันทึกศักยในใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ (ฉบับรับฟังความคิดเห็น)

เผยแพร่เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569

ผู้เขียนขอเชิญชวนผู้ควบคุมอากาศยาน ครูฝึก ศูนย์ฝึกอบรม สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการ นักวิจัย ตลอดจนผู้สนใจทุกภาคส่วน ร่วมศึกษาเอกสารและส่งความคิดเห็นโดยตรงไปยังผู้รับผิดชอบ

เพราะในวันที่กฎยังอยู่ในกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ทุกคนยังมีโอกาสร่วมสะท้อนมุมมองและข้อเสนอแนะต่ออนาคตของ UAV ไทยได้

และเมื่อกฎถูกประกาศใช้แล้ว

การปรับปรุงแก้ไขย่อมทำได้ยากกว่าวันนี้เสมอ

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

ผู้เขียนเชื่อว่า ทุกความคิดเห็นที่ส่งเข้าสู่กระบวนการอย่างเป็นทางการ อาจมีคุณค่าต่ออนาคตของอุตสาหกรรม UAV ไทยมากกว่าที่หลายคนคิด

หมายเหตุจากผู้เขียน

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงสร้างสรรค์ และกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม UAV ของประเทศไทย Thailand UAV Regulations 2026 อาจเป็นหนึ่งในความเปลี่ยนแปลงสำคัญของอุตสาหกรรมโดรนไทยในช่วงหลายปีข้างหน้า โดยร่างกฎหมายดังกล่าวอาจส่งผลต่อมาตรฐานการฝึกอบรม คุณสมบัติผู้บังคับอากาศยาน การปฏิบัติการบิน และการพัฒนาระบบนิเวศ UAV ของประเทศไทยในอนาคต

ผู้เขียนสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย การพัฒนาบุคลากร และการกำกับดูแลที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

ข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความเป็นมุมมองส่วนบุคคลในฐานะผู้ปฏิบัติงานด้านการฝึกอบรมและการพัฒนาบุคลากร UAV โดยมีเจตนาเพื่อชวนสังคมร่วมคิดถึงอนาคตของอุตสาหกรรม มากกว่าการวิพากษ์วิจารณ์หน่วยงานหรือข้อกำหนดใดเป็นการเฉพาะ

ผู้ที่มีความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือข้อกังวลต่อร่างข้อกำหนด ควรศึกษารายละเอียดจากเอกสารต้นฉบับ และส่งความคิดเห็นโดยตรงผ่านช่องทางรับฟังความคิดเห็นอย่างเป็นทางการของ กพท.

CR : ครูแดง @ DTTC

Drone Thai Training Center (DTTC)

อนุญาตให้เผยแพร่ อ้างอิง หรือส่งต่อได้ โดยคงสาระสำคัญไว้ครบถ้วนและระบุเครดิต

ติดตามบทความย้อนหลัง บทวิเคราะห์ และองค์ความรู้ด้านอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินเพิ่มเติมได้ที่




 
 
 

ความคิดเห็น

ได้รับ 0 เต็ม 5 ดาว
ยังไม่มีการให้คะแนน

ให้คะแนน
bottom of page