
อัปเดตกฎหมายโดรน CAAT ล่าสุด
รวบรวมประกาศและความเคลื่อนไหวด้านกฎหมายโดรนจาก CAAT เพื่อให้เข้าใจข้อกำหนด การขออนุญาต และการใช้งานจริงอย่างถูกต้อง
CAAT ออกกฏใหม่สำหรับการบินเฉพาะแบบ (Specific Category และข้อกำหนดนักบิน)
CAAT ออกหลักเกณฑ์ใหม่ ปี 2569 สำหรับการอนุญาตให้ผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน น้ำหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม ในกรณีการปฏิบัติการบินที่แตกต่างจากเงื่อนไขที่กำหนด หรือ Specific Category
ประกาศนี้ครอบคลุมแนวทางการขออนุญาตบินนอกเงื่อนไขปกติ ขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ UAS Portal และการบันทึกสิทธิทำการบินตามประเภทอากาศยาน โดยพัฒนาจากความคิดเห็นของผู้ใช้งานและภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งานจริงและไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา
ขอบเขตของประกาศ
ประกาศฉบับนี้ใช้กับการปฏิบัติการบินที่อยู่นอกเงื่อนไขมาตรฐาน เช่น งานเชิงพาณิชย์หรือภารกิจเฉพาะทาง และการบินที่มีความเสี่ยงระดับปานกลางขึ้นไป เช่น การบินนอกระยะสายตา การบินกลางคืน หรือการบินในพื้นที่ควบคุม
สิ่งที่ผู้ใช้งานต้องดำเนินการ
-
ผู้ที่เข้าข่าย Specific Category ต้องดำเนินการเพิ่มเติม ได้แก่
-
ผ่านการฝึกอบรมจากหน่วยงานที่ กพท. รับรอง
-
มีสิทธิทำการบินตามประเภทอากาศยาน
-
ยื่นคำขออนุญาตผ่านระบบ UAS Portal พร้อมรายละเอียดภารกิจ
-
มีประกันภัยภาคบังคับขั้นต่ำ 1 ล้านบาท
-
มีการประเมินความเสี่ยงก่อนปฏิบัติการบิน
ตัวอย่างการบินที่ต้องขออนุญาต
-
การบินนอกระยะสายตา
-
การบินกลางคืน
-
การบินที่ความสูงเกิน 90 เมตร
-
การบินใกล้สนามบิน
-
การบินใกล้บุคคลหรือสิ่งปลูกสร้าง
-
การบินในพื้นที่ควบคุมหรือพื้นที่หวงห้าม
ขั้นตอนการขออนุญาต
-
ยื่นคำขอผ่านระบบ UAS Portal
-
ระบุวัน เวลา สถานที่ และวัตถุประสงค์การบิน
-
แจ้งข้อมูลอากาศยานและผู้บังคับ
-
แนบเอกสารและหลักฐานประกันภัย
-
รอการพิจารณาอนุมัติ
การบันทึกสิทธิทำการบินในช่วงเปลี่ยนผ่าน
ผู้ที่มีหลักฐานการฝึกอบรมสามารถยื่นขอสิทธิทำการบินได้ทันที โดยมีอายุ 4 ปี
ผู้ที่ยังไม่มีหลักฐานการฝึกอบรมสามารถยื่นคำขอได้ แต่ต้องเข้ารับการอบรมภายในระยะเวลา 2 ปี ภายในวันที่ 17 พฤษภาคม 2571
ในช่วงนี้ CAAT ยังคงรับรองหลักฐานการอบรมจากผู้ผลิตหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสามารถยื่นคำขอผ่านระบบ UAS Portal ได้ตามปกติ
ประเด็นสำคัญที่ต้องเข้าใจ
ประกาศฉบับนี้มีผลเฉพาะการบินนอกเงื่อนไขปกติ หรือ Specific Category เท่านั้น ไม่กระทบการใช้งานโดรนทั่วไป เช่น การบินถ่ายภาพ การใช้งานส่วนตัว และการบินในระยะสายตาตามเงื่อนไขเดิม

CAAT เข้าร่วมสังเกตการณ์การสาธิต
การใช้โดรนเพื่อทำความสะอาดผิวอาคาร
17 เม.ย. 2569
CAAT เข้าร่วมสังเกตการณ์การสาธิตการใช้โดรนเพื่อทำความสะอาดผิวอาคาร (Drone-Assisted Facade Cleaning) ภายใต้สภาพแวดล้อมควบคุม เพื่อแสดงแนวทางการประยุกต์ใช้งานโดรนในงานบำรุงรักษาอาคาร
มีผลอย่างไร
-
เปิดแนวทางการใช้โดรนในงานบริการอาคารและงานเชิงพาณิชย์
-
เน้นการใช้งานภายใต้การควบคุมและมาตรฐานความปลอดภัย
-
สะท้อนการขยายบทบาทโดรนสู่ภาคธุรกิจจริง
มุมมองจาก DTTC
การใช้งานโดรนกำลังขยายจากงานถ่ายภาพไปสู่งานอุตสาหกรรมและบริการ ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจด้านกฎหมายและการควบคุมการบินที่ถูกต้อง
ที่มา: CAAT FB
Picture Credit: CAAT FB

CAAT เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามความร่วมมือ (MOU) ด้านการพัฒนาอากาศยานรูปแบบใหม่
19 มี.ค. 2569
CAAT เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามความร่วมมือ (MOU) ด้านการพัฒนาอากาศยานรูปแบบใหม่ในเมือง (Urban Air Mobility: UAM) ร่วมกับภาคเอกชนและพันธมิตรต่างประเทศ
มีผลอย่างไร
-
เป็นสัญญาณการพัฒนาโครงสร้างการบินรูปแบบใหม่ในประเทศไทย
-
รองรับเทคโนโลยี eVTOL และการจัดการจราจรทางอากาศยุคใหม่
-
เปิดโอกาสการใช้งานโดรนและระบบอากาศยานในเมืองมากขึ้น
มุมมองจาก DTTC
UAM เป็นทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมการบินในอนาคต ซึ่งจะส่งผลต่อการกำกับดูแล การใช้พื้นที่บิน และมาตรฐานการปฏิบัติการโดรนในระยะยาว
ที่มา: CAAT FB
ภาครัฐโดยกระทรวงคมนาคม ร่วมกับ CAAT และภาคเอกชน หารือแนวทางการนำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ
และ eVTOL มาใช้ในประเทศไทย
19 มี.ค. 2569
ภาครัฐโดยกระทรวงคมนาคม ร่วมกับ CAAT และภาคเอกชน หารือแนวทางการนำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ และ eVTOL มาใช้ในประเทศไทย เพื่อยกระดับระบบขนส่ง การแพทย์ฉุกเฉิน และการเข้าถึงพื้นที่
มีผลอย่างไร
-
เร่งพัฒนากฎหมายและ Regulatory Framework รองรับเทคโนโลยีใหม่
-
เพิ่มบทบาทโดรนในระบบขนส่งและงานฉุกเฉิน
-
เน้นความปลอดภัยเป็นเงื่อนไขหลักก่อนการใช้งานจริง
มุมมองจาก DTTC
ทิศทางชัดเจนว่าการใช้งานโดรนในไทยจะถูกกำกับเข้มขึ้น พร้อมเปิดโอกาสใหม่ในภาคธุรกิจ ผู้ใช้งานต้องเตรียมความพร้อมทั้งด้านกฎหมายและมาตรฐานการปฏิบัติ
ที่มา: CAAT FB
Picture Credit: CAAT FB

CAAT ร่วมกับบริษัท Grab หารือแนวทางการพัฒนาและความเป็นไปได้ของบริการขนส่งด้วยโดรน (Drone Delivery) ในประเทศไทย
11 มี.ค. 2569
CAAT ร่วมกับบริษัท Grab หารือแนวทางการพัฒนาและความเป็นไปได้ของบริการขนส่งด้วยโดรน (Drone Delivery) ในประเทศไทย ภายใต้กรอบการกำกับดูแลและมาตรฐานความปลอดภัยการบิน
มีผลอย่างไร
-
เปิดโอกาสการใช้งานโดรนในภาคโลจิสติกส์และการขนส่ง
-
เน้นแนวทาง “Regulate First” ก่อนการใช้งานจริง
-
เตรียมกรอบการอนุญาตและข้อกำหนดด้านความปลอดภัย
มุมมองจาก DTTC
Drone Delivery เป็นหนึ่งใน use case สำคัญในอนาคต แต่จะเกิดขึ้นได้ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและระบบควบคุมที่ชัดเจน ผู้ประกอบการควรเริ่มเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้
ที่มา: CAAT FB
Picture Credit: CAAT FB

CAAT ศึกษาโครงสร้าง Advanced Air Mobility (AAM) และแนวทางกำกับดูแลในไทย
28 ก.พ. 2569
CAAT เดินหน้าศึกษาแนวทางการพัฒนา Advanced Air Mobility (AAM) โดยเน้นหลัก “Regulate First” เพื่อเตรียมความพร้อมด้านกฎหมายและโครงสร้างพื้นฐาน ก่อนเปิดใช้งานเชิงพาณิชย์ในอนาคต
มีผลอย่างไร
-
เตรียมกรอบกำกับดูแลสำหรับ eVTOL และระบบการบินรูปแบบใหม่
-
พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น Vertiport และการจัดการเส้นทางบิน
-
เชื่อมโยงความร่วมมือกับหน่วยงานต่างประเทศและภาคเอกชน
มุมมองจาก DTTC
AAM เป็นการเปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้างของอุตสาหกรรมการบิน ผู้ใช้งานโดรนควรติดตามทิศทางนี้ เนื่องจากจะส่งผลต่อกฎหมายและรูปแบบการใช้งานในอนาคต
ที่มา: CAAT FB
Picture Credit: CAAT FB

CAAT เข้าร่วมสังเกตการณ์การบินสาธิต eVTOL ในต่างประเทศ
27 ก.พ. 2569
CAAT เข้าร่วมสังเกตการณ์การบินทดสอบอากาศยานไฟฟ้าขึ้นลงแนวดิ่ง (eVTOL) เพื่อศึกษาแนวทางการปฏิบัติการบินจริง มาตรฐานความปลอดภัย และการบริหารความเสี่ยงในระดับสากล
มีผลอย่างไร
-
เพิ่มความเข้าใจการใช้งานอากาศยานรูปแบบใหม่ในสภาพแวดล้อมจริง
-
เตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานความปลอดภัยและการกำกับดูแล
-
สนับสนุนการพัฒนา AAM ในประเทศไทย
มุมมองจาก DTTC
การศึกษาจากการใช้งานจริงในต่างประเทศ เป็นขั้นตอนสำคัญก่อนการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ในไทย ซึ่งจะส่งผลต่อมาตรฐานและกฎหมายในอนาคต
ที่มา: CAAT FB
Picture Credit: CAAT FB

